ผลการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการประเภทรัฐ  รัฐวิสาหกิจ  รัฐร่วมเอกชน

ที่ปฏิบัติตามมาตรการน้อยกว่า 70% ของมาตรการที่ต้องปฏิบัติ

      ประเภทคมนาคม

ลำดับที่

 

ชื่อโครงการ

 

ประเด็นปัญหา / ข้อเสนอแนะ

 

หมายเหตุ

1

 

 

 

โครงการพัฒนาท่าอากาศยานแม่สะเรียง

ของ กรมการขนส่งทางอากาศ

- ไม่ได้ดำเนินการตรวจวัดระดับเสียงตามที่กำหนด เนื่องจากเที่ยวบินมีจำนวนน้อยมาก

-ไม่มีการควบคุมควบคุมไม่ให้มีการขยายตัวของชุมชนไปในทิศทางที่ติดกับพื้นที่โครงการ

-ควรตัดหญ้าให้สั้นกว่า 5 เซนติเมตร   พบว่า เจ้าหน้าที่โครงการจะตัดหญ้าในช่วงฤดูฝนเดือนละประมาณ 1 ครั้ง โดยดูความสูงของหญ้า คือ ถ้าสูงเกิน 6 นิ้ว จึงจะตัดหญ้า

-ใช้ยาฆ่าแมลงกลิ่นฉุนฉีดพ่นบนพื้นทางวิ่ง พบว่า ไม่มีการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงบนพื้นทางวิ่ง

- ไม่มีการจัดตั้งคณะกรรมการควบคุมการใช้ที่ดินบริเวณโดยรอบสนามบิน

-สร้างห้องพักขยะมูลฝอยในพื้นที่โครงการและขอบริการให้สุขาภิบาลแม่สะเรียงเก็บขนนำไปกำจัด พบว่า ไม่มีห้องพักรวมมูลฝอย ขยะที่เกิดขึ้นมีเพียงขยะจากบ้านพักเจ้าหน้าที่ซึ่งจะกำจัดโดยการเผา

-ตรวจสอบสุขภาพของพนักงานเป็นระยะๆ พบว่า ไม่มีการตรวจสุขภาพของพนักงานมีเพียงการตรวจวัดความดัน

-โครงการไม่ได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม

 

 

2

โครงการพัฒนาท่าอากาศยานขอนแก่น

ของ กรมการขนส่งทางอากาศ

 

-ควรกำหนดให้เครื่องบินทุกลำขึ้นทางทิศเหนือและลงทางทิศเหนือ (ด้านพื้นที่ทหาร) ให้มากที่สุด จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อหมู่บ้านเดชา       พบว่า การบินขึ้น-ลงของเครื่องบินขึ้นอยู่กับทิศทางลมและความเร็วลมโดยจะหลีกเลี่ยงบริเวณพื้นที่มหาวิทยาลัย        


-กรมการบินพาณิชย์ควรจัดจ้างผู้ควบคุมระบบ ซึ่งมีใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือกรมควบคุมมลพิษให้บริการดูแลระบบตรวจซ่อมบำรุง รวมทั้งเปลี่ยนอะไหล่ให้ระบบอยู่ในสภาพใช้งานตามปกติเสมอ พบว่า ไม่มีผู้ควบคุมระบบที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม แต่โครงการได้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายซ่อมบำรุงดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย

-โครงการไม่ได้จัดตั้งคณะกรรมการจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อควบคุมการขยายตัวเมือง แต่ผู้ที่จะก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆ ในเขตความปลอดภัยในการเดินอากาศต้องขออนุญาตจากท่าอากาศยานขอนแก่นเสียก่อน เพราะได้มีหนังสือแจ้งตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

-จัดให้มีที่พักขยะเป็นอาคารผนังคอนกรีตมีหลังคาปิดคลุม สำหรับเป็นที่ตั้งถังขยะที่รอนำขยะไปเผา  พบว่า ปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนโดยที่พักขยะของโครงการมีลักษณะเป็นแบบผนังรั้วตาข่ายเหล็กภายในวางถังรับมูลฝอยมีหลังคาปิดคลุมและมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการกำจัดขยะจากการใช้เตาเผาเป็นการส่งให้องค์การบริหารส่วนตำบลมาจัดเก็บ ซึ่งยังไม่มีการแจ้งขอเปลี่ยนแปลง

-โครงการไม่ได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม

 

 

3

 

โครงการปรับปรุงขยายท่าอากาศยานน่าน

ของ กรมการขนส่งทางอากาศ

 

-ไม่มีการกำหนดหรือบังคับให้รถบรรทุกต้องทำการล้างเศษดินทราย ออกจากล้อก่อนออกจากพื้นที่โครงการ     

-จัดให้มีห้องน้ำ-ห้องส้วมสำหรับคนงาน บริเวณอาคารสำนักงานควบคุมการก่อสร้าง อย่างน้อย 5 ห้อง พร้อมติดตั้งระบบบ่อเกรอะ-บ่อซึม เพื่อบำบัดน้ำเสีย พบว่า มีห้องน้ำ-ห้องส้วม 2 ห้อง

-ปรับปรุงพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียงไม่ให้เป็นแหล่งดึงดูดนกชนิดต่างๆ โดยการกำจัดพืชที่เป็นอาหารนก และต้นไม้ทรงพุ่มขนาดใหญ่และหนาต้องไม่ให้มีในโครงการ พบว่า มีต้นไทรขนาดใหญ่ในพื้นที่โครงการ ซึ่งทางโครงการเห็นว่าควรอนุรักษ์ไว้เนื่องจากเป็นต้นไทรอายุหลายสิบปี   

-กวดขัดให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด พร้อมติดตั้งป้ายระบุชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้รับเหมาที่มองเห็นอย่างชัดเจนด้านท้ายรถบรรทุก พบว่า ไม่มีการติดตั้งป้ายชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ของผู้รับเหมาด้านท้ายรถบรรทุก

-ติดตั้งป้ายเตือนและป้ายบังคับการจราจรบริเวณจุดตัดของถนน และบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยการจราจรในช่วงชั่วโมงที่มีเที่ยวบิน ตลอดการก่อสร้าง พบว่า ไม่มีการติดตั้งป้ายเตือนในบริเวณจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและการอำนวยการจราจรในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบิน

-ไม่มีถังขยะขนาด 200 ลิตร บริเวณสำนักงานควบคุมการก่อสร้างและบริเวณพักผ่อนของคนงาน

- ยังไม่มีการจัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

-จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้แก่คนงาน และกำหนดให้คนงานใช้อุปกรณ์พบว่า  อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลมีไม่ครบ เช่น หมวกนิรภัย, รองเท้านิรภัยและคนงานไม่ใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

- ไม่มีหน่วยปฐมพยาบาลหากจำเป็นจะใช้หน่วยปฐมพยาบาลของท่าอากาศยาน


-ผู้รับเหมาก่อสร้างควบคุมให้คนงานก่อสร้างต้องปฏิบัติตามระเบียบด้านความปลอดภัยในเขตทหารอย่างเคร่งครัด พบว่า ไม่มีการควบคุมให้ปฏิบัติตามระเบียบด้านความปลอดภัยในเขตทหาร

-โครงการไม่ได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม

 

 

4

โครงการเร่งรัดขยายทางสายประธานให้เป็น 4 ช่องจราจร

(ระยะที่ 2) ทางหลวงหมายเลข 11 สายอุตรดิตถ์ – เด่นชัย

ของกรมทางหลวง

-ยังไม่ได้ดำเนินการป้องกันการกัดเซาะและการพังทลายของดินบริเวณไหล่ทาง 

-ไม่ได้ดำเนินการสร้างรางระบายน้ำและบ่อดักตะกอน

-จำกัดพื้นที่ที่จะเปิดหน้าดินในการก่อสร้างโดยเฉพาะพื้นที่ริมน้ำ พบว่า มีการเปิดหน้าดินบริเวณพื้นที่ริมน้ำ 

-ไม่มีการเทพื้นคอนกรีตทำพื้นคอนกรีตที่ยกขอบโดยรอบบริเวณที่อาจเกิดการรั่วไหลของน้ำมัน และไม่มีการทำบ่อดักไขมัน   

-จัดสร้างที่พักคนงานห่างจากแหล่งน้ำอย่างน้อย 50 เมตร พบว่า บ้านพักคนงานอยู่ใกล้ลำห้วยและไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียบริเวณที่พักคนงาน

-จัดเก็บและกองวัสดุไม่ให้กีดขวางทางน้ำและเศษวัสดุที่ไม่จำเป็นต้องใช้แล้วต้องรีบนำออกจากพื้นที่ พบว่า มีเศษวัสดุ เศษดินตกลงไปในลำน้ำระหว่างการก่อสร้างสะพาน 

- ต้นไม้ขนาดกลางถูกโค่น ไม่มีการขุดล้อมนำไปปลูกบริเวณที่เหมาะสมรวมทั้งไม่มีข้อบังคับหรือกฎห้ามคนงานไม่ให้ตัดไม้ไม่มีกฎหรือบทลงโทษสำหรับพนักงานหรือคนงานที่ฝ่าฝืนทำอันตรายต่อรัง โพรง ลูกอ่อน และสัตว์ป่า          

- มาตรการด้านทรัพยากรดินยังดำเนินการไม่ครบถ้วน

- ไม่มีการใช้อุปกรณ์ลดเสียงสำหรับเครื่องตอกเสาเข็ม     

- ไม่มีการควบคุมดูแลให้ผู้ดำเนินการก่อสร้างปฏิบัติตามมาตรการ ป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม    

-โครงการไม่ได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม                               

 

 

5

โครงการก่อสร้างทางรถไฟทดแทนช่วงที่ถูกน้ำท่วมเพื่อโครงการก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำแม่น้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

- ขบวนรถที่นำมาใช้เดินรถในทางรถไฟแนวใหม่เป็นขบวนรถที่ไม่มีระบบสุขาแบบมีถังเก็บกักสิ่งปฏิกูลรวมทั้งยังไม่มีแผนในการติดตั้งถังเก็บปฏิกูลในขบวนรถ

-ไม่ได้ตรวจตราการระบาดของวัชพืชน้ำในบริเวณขอบอ่างที่มีทำนบดินยกระดับขวางกั้นไว้ปฏิบัติ เนื่องจากการกำจัดวัชพืชน้ำเป็นหน้าที่ของกรมชลประทาน

-ปฏิบัติตามมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมไม่ครบถ้วนโดยไม่ได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม                                     

 

 

6

โครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ตอนที่ 1 (สถานีรถไฟรังสิตถึงสถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี)

ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

- โครงการไม่ได้ติดตั้งจุดตรวจวัดคุณภาพอากาศตามที่กำหนด เนื่องจากไม่ทราบว่าต้องตรวจวัด

-จัดการของเสียทั้งหลายด้วยวิธีการกำจัดที่เหมาะสมตามสถานีต่างๆ  พบว่า  การจัดการของเสียยังคงใช้วิธีเดิม คือ ปล่อยทิ้งตามรายทาง เนื่องจากห้องน้ำ-ห้องส้วมในรถไฟไม่ได้ถูกออกแบบให้มีถังรวบรวมของเสีย

-ทำกำแพงกั้นเสียงห่างจากขอบรางรถไฟ 1 เมตร สูง 1.5 เมตร ยาว 10 เมตร ก่อนถึงสถานีและหลังสถานีบริเวณสถานีรถไฟรังสิโรงเรียนเวฬุวัน โรงเรียนบางปะอิน วัดธรรมนิยม วัดภาชีพบว่า ไม่มีกำแพงกั้นเสียงตามที่กำหนดในมาตรการ เนื่องจากในระยะ  1.75  เมตร จากขอบรางรถไฟอยู่ในเขตห้ามก่อสร้าง

-โครงการไม่ได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม

 

 

 

7

โครงการท่าเทียบเรือท่องเที่ยวอ่าวฉลอง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกรมการปกครอง

(ปัจจุบันโอนให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.))

-โครงการได้สร้างระบบบำบัดน้ำเสียแยกในแต่ละอาคารแต่ไม่มีบ่อดักไขมัน        

-ท่อระบายน้ำฝนแยกจากท่อระบายน้ำเสีย แต่ไม่ได้ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียแบบตะกอนเร่งตามที่กำหนด

-เข้มงวดในการดูแลตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำมันลงสู่ทะเล โดยเฉพาะจากถังเก็บน้ำมัน พบว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำมันลงทะเล

- ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ขจัดคราบน้ำมัน ไม่มี Sumpบริเวณหัวจ่ายน้ำมันเพื่อเก็บรวบรวมน้ำมัน/น้ำที่หกรั่วไหลและไม่ได้ติดตั้ง Fire Hydrant บนสะพานท่าเรือและหัวจ่ายน้ำมัน

- ไม่มีการติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัยที่สามารถมองเห็นได้ ติดตั้งไว้บริเวณปลายท่อ (หัวจ่ายน้ำมัน) และถังเก็บน้ำมันใต้ดินตามที่กำหนด

-ห้ามรถยนต์วิ่งเข้าไปในบริเวณหน้าท่าเรือและสะพานท่าเรือ ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน พบว่า ทางอบจ. มีรถรับ-ส่งนักท่องเที่ยวจากสำนักงานไปยังปลายท่าเรือและมีรถขนกระเป๋านักท่องเที่ยวที่สามารถเข้าไปหน้าท่าเรือได้

-ไม่อนุญาตให้เรือขนาดใหญ่เข้าจอดด้านข้างท่าเทียบเรือ และให้เรือจอดรับ-ส่งผู้โดยสารเท่านั้น พบว่า มีเรือขนาดใหญ่เข้ามาจอดเทียบบริเวณท่าเรือ ซึ่งเป็นเรือรับส่งผู้โดยสาร

-ไม่ติดตั้งไฟจราจรบนสะพาน

-จังหวัดภูเก็ตจะต้องส่งสำเนาใบอนุญาจากกรมเจ้าท่าทั้งในระยะก่อสร้างและดำเนินการให้สำนักงานฯ ทันทีที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมเจ้าท่า พร้อมเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตเพื่อสำนักงานจักได้ใช้ประกอบการติดตามตรวจสอบตามมาตรการฯ ในระยะก่อสร้างต่อไป พบว่า โครงการไม่ได้ดำเนินการตามที่กำหนด

-ไม่เคยส่งเจ้าหน้าที่ร่วมฝึกซ้อมแผนการกำจัดคราบน้ำมันกับกลุ่มอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของวงการอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG)

-ไม่เคยเสนอรายงานผลการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแผนปฏิบัติการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้กรมเจ้าท่า และ สผ. ทราบ

 

 

8

โครงการท่าเทียบเรือท่องเที่ยวอ่าวปอ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกรมการปกครอง

(ปัจจุบันโอนให้องค์การบริหารส่วนตำบลป่าคลอกดูแล

บริหารจัดการ)

-ไม่มีถังดับเพลิงติดตั้งไว้บริเวณท่าเรือ

- ไม่มีป้ายจำกัดความเร็ว 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่มีป้ายกรุณาลดความเร็ว

-ไม่มีการติดตั้งไฟจราจร

-ไม่มีการจัดเขตการจอดเรือตามที่กำหนด

- ไม่มีถังรองรับมูลฝอยบริเวณท่าเรือแต่มีการห้ามไม่ให้ทิ้งขยะลงชายหาดและทะเลอย่างเด็ดขาด

- ไม่มีหน่วยปฐมพยาบาลและห้องปฐมพยาบาลและไม่มีจัดเตรียมหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกับสถานพยาบาลต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานอื่นๆ เพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน      

-ไม่ได้ส่งสำเนาใบอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ทั้งในระยะก่อสร้างและดำเนินการ ให้สำนักงานฯ ทันทีที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมเจ้าท่า พร้อมเงื่อนไขท้ายใบอนุญาต

--ไม่เคยส่งเจ้าหน้าที่ร่วมฝึกซ้อมแผนการกำจัดคราบน้ำมันกับกลุ่มอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของวงการอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG)

-ยังไม่เคยเสนอรายงานผลการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแผนปฏิบัติการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้กรมเจ้าท่า และสผ. ตามที่กำหนด

 

 

9

โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร

ของกรุงเทพมหานครซึ่งสัมปทาน ให้แก่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ จำกัด (มหาชน) (BTS)

-ปลูกไม้คลุมดิน ไม้ดอก ไม้ประดับ และไม้ยืนต้นเพื่อลดความกระด้างของคานและเสาของทางรถไฟฟ้ายกระดับ, ปลูกต้นไม้รอบสถานี, สร้างซุ้มที่มีลักษณะเชิดชูรอบๆ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โบราณสถานและสถานที่เคารพบูชา ห้ามปิดป้ายประกาศโฆษณาหรือป้ายใด ๆ รอบ ๆ เสาฐานราก พบว่า มีการปลูกต้นไม้บริเวณใต้สถานีบางสถานีและบริเวณเสาฐานรากมีการติดป้ายโฆษณารอบๆ เสาฐานราก


-ยังไม่มีการติดพัดลมใต้สถานีทั้งนี้มีการพิจารณาติดตั้งพัดลมไอน้ำที่จะลดความเข้มข้นมลสารแทน ซึ่งได้ทำการศึกษาเมื่อเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2550 ขณะนี้อยู่ในระหว่างการวิเคราะห์และสรุปผลการศึกษา

-ยังไม่ได้ทำการบุวัสดุดูดกลืนเสียงใต้ท้องสถานี

- ยังไม่มีการปลูกต้นไม้ระหว่างทางรถไฟฟ้ายกระดับกับอาคาร

-ยังไม่มีการตกแต่งด้วยต้นไม้ประดับและไม้ยืนต้นบริเวณแนวคลองช่องนนทรีและแนวคลองสาธร

 

 

 

            ประเภทแหล่งน้ำ

ลำดับที่

 

ชื่อโครงการ

 

ประเด็นปัญหา / ข้อเสนอแนะ

 

หมายเหตุ

1

 

 

 

โครงการเขื่อนคลองท่าด่านอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ของ กรมชลประทาน

-   ไม่ได้ดำเนินการขอความร่วมมือจากกรมส่งเสริมการเกษตรในการรณรงค์ให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมี ปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืช เพื่อลดการตกค้างของสารต่างๆ ในแหล่งน้ำ กรมป่าไม้ เพื่อชักจูงเกษตรกรให้ใช้ระบบวนเกษตร และกรมพัฒนาที่ดินเพื่อให้ความรู้แก่ราษฎรเกี่ยวกับวิธีการปรับปรุงดินให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่เสนอไว้ในมาตรการ

-   ไม่ได้ดำเนินการในส่วนของป่าดิบชื้นส่วนที่ยังเหลืออยู่รอบอ่างเก็บน้ำนั้นซึ่งจะต้องมีมาตรการที่สามารถป้องกันมิให้มีการบุกรุกทำลายป่า เพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นสวนไผ่ตง หรือสวนผลไม้ หรือที่อยู่อาศัย

 -   ไม่ได้ดำเนินการฟื้นฟูสภาพเหนืออ่างเก็บน้ำ โดยเน้นพื้นที่ที่ได้ถูกบุกรุกทำลาย เพื่อให้พื้นที่บริเวณนี้รองรับการอยู่อาศัยของสัตว์ป่าอพยพขึ้นมาจากพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ควรปลูกพันธุ์ไม้ผลให้มากที่สุดโดยพิจารณาถึงไม้ผลที่มีอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว เช่น ไทร มะเดื่อ ประดู่ล้ม คอแลน มะไฟป่า หว้า เป็นต้น

 -    ไม่ได้ดำเนินการจัดตั้งหน่วยพิทักษ์ป่าเพื่อป้องกันการบุกรุกป่าและลักลอบล่าสัตว์ป่าบริเวณอ่างเก็บกักน้ำ

 -    ดำเนินการตามมาตรการที่เสนอแนะไว้ในหัวข้อคุณภาพน้ำผิวดิน ไม่ครบถ้วน


-    ไม่ได้ดำเนินการดูแลระบบบำบัดน้ำเสียที่ติดตั้งตามอาคารต่างๆ ในบริเวณที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการกันมาก ให้สามารถบำบัดน้ำเสียได้ตามประสิทธิภาพที่   ออกแบบไว้ ในกรณีเกิดชำรุดเสียหายหรือปริมาณน้ำเสียเพิ่มมากเกินกว่าที่ระบบได้รับการออกแบบไว้

-          โครงการควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการ

ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและจัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมเสนอต่อ สผ. 2 ครั้ง/ปี อย่างต่อเนื่อง

-          มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ

สิ่งแวดล้อมหลายข้อเป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่น ซึ่งไม่ใช่บทบาทหน้าที่ตรงของกรมชลประทาน เช่น การก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียกลาง ซึ่งเป็นหน้าที่ของเทศบาล มาตรการควบคุมโรงงานไม่ให้มีปัญหามลพิษทางน้ำ ซึ่งเป็นหน้าที่ของอุตสาหกรรมจังหวัด เป็นต้น

 

 

 

                ประเภทบริการชุมชนและที่พักอาศัย

 

ลำดับที่

 

ชื่อโครงการ

 

ประเด็นปัญหา / ข้อเสนอแนะ

 

หมายเหตุ

1

 

 

 

เคหะชุมชนลพบุรี ระยะที่ 3

จากการติดตามตรวจสอบพื้นที่โครงการ พบว่า โครงการไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการหรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในประเด็นดังต่อไปนี้

- ปัจจุบันระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าของระบบบำบัดน้ำเสียรวมชำรุด และทางอบต. ซึ่งเป็นผู้ดูแลสาธารณูปโภคของโครงการยังไม่ได้ทำการซ่อมแซมและไม่ได้ทำการเปิดระบบบำบัดตั้งแต่ปี 2549

- ตั้งแต่เปิดดำเนินโครงการยังไม่เคยทำการสูบตะกอนจากระบบบำบัดตามมาตรการที่กำหนด (อย่างน้อย 3 เดือน/ครั้ง)

- ไม่ได้นำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น ใช้รดต้นไม้หรือสนามหญ้าในบริเวณพื้นที่โครงการ

- ไม่ได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งบ่อดักไขมันให้มีความเหมาะสมมากขึ้น โดยจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่รองรับน้ำเสียจากห้องครัวก่อนไหลเข้าถังเกรอะ-ถังกรองไร้อากาศ

- ไม่ได้ตรวจสอบ ดูแลและทำการขุดลอกท่อระบายน้ำและบ่อพักท่อระบายน้ำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

- ยังไม่มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาประตูน้ำบ่อพักพิเศษ โดยทาน้ำมันจาระบีที่ก้านหมุน (Stem) ทุก 6-12 เดือน

- ไม่ได้พิจารณาปรับปรุงขนาดหรือความลาดชันของท่อระบายน้ำภายในพื้นที่

เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนปีที่ออกแบบได้ โครงการชี้แจงว่าเนื่องจากไม่มีปัญหาน้ำท่วม

- ไม่ติดป้ายชื่อโครงการเมื่อใกล้บริเวณทางเข้าพื้นที่โครงการ พร้อมลูกศรแสดงทิศทางเข้าสู่พื้นที่โครงการอย่างชัดเจน เพื่อให้รถที่เข้าสู่โครงการเห็นได้อย่างชัดเจนเพื่อชะลอความเร็ว

- ไม่มีเจ้าหน้าที่จราจรของโครงการอำนวยความสะดวกและจัดระบบจราจรให้กับรถที่เข้า-ออกโครงการ โดยเฉพาะบริเวณปากทางเข้า-ออกพื้นที่โครงการและบริเวณทางเข้า-ออกพื้นที่จอดรถของตลาดนัดแผงลอยในวันที่มีการจัดตลาดนัดแผงลอย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

- โครงการไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่โครงการ ปัจจุบันได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีภูธรนิคมสร้างตนเองเข้ามาตรวจดูแลรักษาความปลอดภัยทุกวัน โดยติดตั้งตู้รับแจ้งเหตุไว้ภายในโครงการ

- ไม่เคยตรวจสอบความพร้อมและประสิทธิภาพของอุปกรณ์/เครื่องมือของระบบไฟฟ้าและป้องกันอัคคีภัยให้มีสภาพดีและพร้อมจะใช้งานได้ตลอดเวลา

-ไม่มีการติดป้ายแสดงรายละเอียดและวัตถุประสงค์ของบ่อหน่วงน้ำและป้ายเตือนมิให้บุคคลที่มิใช่เจ้าหน้าที่ดูแลลงไปในบ่อหน่วงหรือจับต้องอุปกรณ์

- ยังไม่มีการกั้นรั้วสูงประมาณ 1 ม. โดยรอบบ่อหน่วง เพื่อป้องกันอันตราย

 

 

2

โครงการเคหะชุมชนตรัง 1 ระยะที่ 2 ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2

 

จากการติดตามตรวจสอบพื้นที่โครงการ พบว่า โครงการไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการหรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในประเด็นดังต่อไปนี้

- จัดให้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสียอยู่เสมอ พบว่า ปัจจุบันไม่ได้เปิดใช้งานระบบบำบัดน้ำเสีย

- สูบตะกอนในบ่อเก็บกักตะกอนอย่างน้อย 2 เดือน/ครั้ง สำหรับบ่อที่ 1 และ 3 เดือน/ครั้ง สำหรับบ่อที่ 2 พบว่า ไม่มีการสูบตะกอนในบ่อเก็บกักตะกอน เนื่องจากมีตะกอนในบ่อปริมาณน้อย

- ยังไม่มีการนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เนื่องจากน้ำที่เข้าระบบมีปริมาณน้อย

- ไม่มีการตรวจสอบ ดูแลและขุดลอกท่อระบายน้ำภายในโครงการสม่ำเสมอ ซึ่งโครงการยังไม่มีปัญหาด้านการระบายน้ำแต่อย่างใด

- ไม่มีการติดป้ายชื่อโครงการเมื่อใกล้บริเวณทางเข้าพื้นที่โครงการ พร้อมลูกศรแสดงทิศทางเข้าสู่พื้นที่โครงการอย่างชัดเจน เพื่อให้รถที่เข้าสู่พื้นที่โครงการเห็นได้ชัดเจน เพื่อชะลอความเร็ว        

- ไม่มีการจัดเจ้าหน้าที่จราจรของโครงการคอยอำนวยความสะดวกเนื่องจากมีปริมาณจราจรน้อย

- มีการติดตั้งระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ (Smoke Detector) โดยติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณ (Alarm) แต่ยังไม่มีการติดตั้งเครื่องดับเพลิงในบ้านพักทุกหลัง

- ยังไม่มีการตรวจสอบอุปกรณ์/เครื่องมือของระบบป้องกันอัคคีภัย เนื่องจากยังไม่มีการติดตั้งเครื่องดับเพลิง

- ไม่มีการจัดจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยของโครงการ แต่ได้มีการประสานงานกับ สภอ. กันตัง ให้เข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัยภายในโครงการ

- ไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยในการตรวจตราดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัย แต่มีการประสานงานกับ สภอ. กันตัง ให้เข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัยในโครงการ

 

 

3

โครงการเคหะชุมชนนนทบุรี ส่วนที่ 4

โครงการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ครบถ้วนในบางประเด็น ดังนี้

- โครงการยังไม่ได้ทำการจัดแผนการป้องกันอัคคีภัยกรณีเกิดเพลิงไหม้และยังไม่ได้ซ้อมแผนอพยพหนีไฟตามมาตรการกำหนด และมีการติดตั้งถังดับเพลิงเคมีมือถือทุกชั้น ซึ่งมาตรการกำหนดให้ทำการติดตั้งทุกห้องพัก

- ไม่มีสัญญาณไฟในบริเวณทางเข้า-ออก

- ยังไม่มีรถบรรทุกน้ำขนาด 6 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 3 คัน ไว้คอยให้บริการกรณีฉุกเฉินด้วย เชี้แจงว่านื่องจากไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำ

- ไม่ได้จัดให้มีถังขยะขนาด 100 ลิตร ในแต่ละชั้นของอาคาร เนื่องจากผู้ที่พักในอาคารชุดจะนำขยะจากห้องพักลงมาทิ้งบริเวณถังขยะด้านล่างซึ่งอยู่ภายนอกอาคาร

- พบว่าผลการตรวจวัดส่วนใหญ่มีค่าเกินมาตรฐาน ได้แก่ ค่า BOD ในเดือนสิงหาคม และพฤศจิกายน มีค่า 23.8 และ 29.6 มิลลิกรัม/ลิตร ตามลำดับ

-ไฟฉุกเฉินบางตัวใช้งานไม่ได้ ทางโครงการควรเปลี่ยนแบตเตอรี่เพื่อให้สามารถใช้งานได้ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

- น้ำจากการล้างถังขยะควรต่อท่อไปลงระบบบำบัดน้ำเสีย

 

 

4

บ้านเอื้ออาทร ระยะที่ 2 จังหวัดนนทบุรี

โครงการไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการหรือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันไม่ครบถ้วนในบางประเด็นดังต่อไปนี้

-มีเจ้าหน้าที่ดูแลตรวจสอบการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียแต่ไม่ได้เปิดระบบตลอดเวลา โดยเปิดระบบช่วงเช้า 4 ชั่วโมง และช่วงเย็น 4 ชั่วโมง

- ไม่ได้ประสานงานกับเทศบาลนครปากเกร็ดเพื่อกำจัดวัชพืชและสิ่งปฏิกูลที่อยู่ในคลองทองหลาง

-โครงการได้เก็บตัวอย่างในคลองทองหลางทั้ง 3 จุด แต่ยังไม่ได้เก็บตัวอย่างน้ำทิ้งในบ่อหน่วงน้ำและบริเวณประตูระบายน้ำ เนื่องจากช่วงเวลาที่เก็บตัวอย่างน้ำในบ่อหน่วงน้ำมีปริมาณน้อย

-ไม่มีการติดตั้งสัญญาณจราจรบริเวณทางเข้า-ออกพื้นที่โครงการ

- ยังไม่มีการนำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ประโยชน์

- โครงการได้จัดเตรียมถังขยะขนาด 240 ลิตร จำนวน 4-6 ถัง/อาคาร      แต่ไม่มีถังรองรับขยะอันตราย

- จัดให้มีโรงพักขยะจำนวน 2 หลัง (รองรับขยะได้นาน 3-4 วัน) พบว่า โครงการสร้างโรงพักขยะเพียง 1 แห่ง แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์

- ตั้งแต่เปิดดำเนินการยังไม่มีการขุดลอกรางระบายน้ำ

(มาตรการกำหนด 1 เดือน/ครั้ง หรือตามความเหมาะสม)

- ติดตั้งป้ายเตือนบริเวณบ่อหน่วงน้ำเพื่อให้ผู้พักอาศัยระมัดระวังอันตรายไม่ให้เกิดการพลัดตกลงไป พบว่า ไม่มีการติดตั้งป้ายเตือนแต่โครงการได้กั้นรั้วเหล็กสูงประมาณ 1 เมตร รอบบ่อหน่วงน้ำ และยังไม่มีการปลูกไม้พุ่มโดยรอบบ่อหน่วงน้ำ  - ยังไม่มีระบบไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณโดยรอบบ่อหน่วงน้ำให้มีความเพียงพอต่อการเดินผ่านไปมาของผู้พักอาศัยในช่วงเวลากลางคืนและควรมีการดูแลซ่อมแซมระบบไฟฟ้าให้สามารถใช้การได้ดีอยู่เสมอ

- โครงการมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ โดยตามรายงานฯ เสนอว่าจะสร้างห้องพักรวมมูลฝอยจำนวน 2 หลัง แต่สร้างเพียง 1 หลัง และไม่มีการใช้ประโยชน์ห้องพักรวมมูลฝอย

- น้ำเสียจากเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญต้องต่อท่อลงระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งพบว่า ปัจจุบันน้ำเสียดังกล่าวไหลลงท่อระบายน้ำและบ่อหน่วงน้ำโดยไม่ผ่านการบำบัด

 

 

5.

โครงการที่พักอาศัยพนักงานการเคหะแห่งชาติ

เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการใหม่ทั้งหมด ซึ่งประเภทโครงการที่เปลี่ยนแปลงใหม่ไม่เข้าข่ายประเภทและขนาดที่ต้องทำ EIA (จากเดิม อาคารพักอาศัย 8 ชั้น 6 อาคาร มีห้องพักรวม 600 ห้อง เปลี่ยนเป็นอาคารชุดพักอาศัยสูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร   เป็นอาคาร (76 ห้องพัก) และทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น จำนวน 122 หน่วย) โครงการจึงไม่ได้ส่งรายงานขอเปลี่ยนแปลงให้กับ สผ. ดังนั้นโครงการจึงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่เสนอไว้ในรายงานได้ไม่ครบถ้วน ดังนี้

-มีการเปลี่ยนแปลงระบบบำบัดน้ำเสีย และไม่มีพนักงานที่มีความรู้ความสามารถเป็นผู้ควบคุมดูแลระบบ โดยน้ำทิ้งที่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสียทางโครงการมิได้มีการนำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดมาใช้ประโยชน์

-ไม่ได้จัดให้มีบ่อหน่วงน้ำภายในพื้นที่โครงการ

 -ไม่มีมาตรการรณรงค์ให้ผู้พักอาศัยภายในโครงการใช้พลังงานอย่างประหยัดตามที่กำหนด

-การกำจัดขยะมูลฝอยโครงการได้จัดวางถังขยะมูลฝอยขนาด 240 ลิตร ไม่มีฝาปิดไว้ที่จุดพักรวมมูลฝอยของโครงการที่อยู่บริเวณด้านข้างลานจอดรถยนต์เพียงจุดเดียวเท่านั้น

-โครงการไม่ได้ทำการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม

 

 

6

โครงการสวัสดิการอาคารเช่าเลียบคลองบางเขนส่วนที่ 2

(เดิมโครงการอาคารเช่าเลียบคลองบางเขนส่วนที่ 2บางเขน

ส่วนที่ 2)

โครงการไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในประเด็นดังต่อไปนี้

- น้ำเสียจากแต่ละอาคารถูกบำบัดด้วยระบบบำบัดน้ำเสียขั้นต้นและไหลเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียรวม แต่พบว่าไม่มีการเดินระบบบำบัดรวมที่ได้ติดตั้งไว้

- ตั้งแต่เปิดดำเนินการทางโครงการไม่เคยตักกากไขมันออกจากบ่อดักไขมัน

- จัดให้มีการสูบกากตะกอนออกจากบ่อเกรอะประมาณ 2 ปี/ครั้ง และถังแยกตะกอนประมาณ 1 เดือน/ครั้ง โดยประสานงานกับเขตจตุจักร พบว่า ทางโครงการยังไม่เคยสูบกากตะกอนออกจากบ่อเกรอะและถังแยกตะกอน

-ไม่มีการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์

-ไม่มีวิศวกรสุขาภิบาลหรือช่างเทคนิคที่มีความรู้ควบคุมดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย

- จัดให้มีการติดตั้งป้ายสัญญาณจราจรห้ามจอดรถบริเวณ 2 ข้างบนถนนพหลโยธิน 45 ตลอดเวลาและตลอดแนวเพิ่มเติมมากกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน พบว่า มีป้ายสัญญาณจราจรห้ามจอดรถบริเวณ 2 ข้างในซอยพหลโยธิน 45 เพียง 1 ป้าย และพบว่ามีรถยนต์จอดบริเวณข้างถนนในซอยดังกล่าวด้วย

-ไม่ได้จัดให้มีการติดตั้งป้ายจำกัดความเร็วในการขับขี่รถบนนถนนซอยพหลโยธิน 45 ไม่ให้เกิน 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง

-ไม่ได้รณรงค์ให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการมีการคัดแยกมูลฝอยก่อนนำไปทิ้ง และไม่ได้จัดเตรียมถังแยกประเภทมูลฝอยตามที่กำหนด

-ไม่มีการจัดทำบ่อหน่วงน้ำ โดยก่อสร้างเป็นสระน้ำเพื่อรองรับน้ำฝนที่ตกลงมาภายในโครงการ

- ทางโครงการได้จัดให้มีระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด โดยไม่พบ Heat Detector ที่กำหนดให้ติดตั้งทุกชั้น และไม่พบหัวต่อน้ำดับเพลิงในบริเวณพื้นที่โครงการ (มาตรการกำหนด 6 จุด)

-ไม่มีการอบรมวิธีใช้ระบบป้องกันภัยให้กับเจ้าหน้าที่โครงการ และไม่ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัยทุกๆ 6 เดือน

- ไม่มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลไว้ในพื้นที่โครงการ

- ไม่ได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม และไม่ได้จัดส่งรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการให้ สผ.

 

ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติได้มอบโอนโครงการให้แก่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ดูแลทั้งหมดแล้ว

 

 

7

เคหะชุมชนฉะเชิงเทรา 2 ระยะที่ 1 ส่วนที่ 2

 

โครงการไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในบางประเด็นโดยมีรายละเอียดดังนี้

-ไม่มีการกำจัดไขมันออกจากบ่อดักไขมันในแต่ละครัวเรือนทุก 7-10  วัน 

-โครงการไม่ได้สูบตะกอนจากระบบบำบัดตามที่กำหนด ซึ่งทำให้คุณภาพน้ำทิ้งมีค่าเกินที่มาตรฐานกำหนด

-ไม่มีการจัดภูมิสถาปัตย์บริเวณห้องพักขยะ โดยปลูกไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้น

- ยังไม่เคยขุดลอกตะกอนในบ่อหน่วงน้ำ

- ไม่ได้จัดภูมิสถาปัตย์ของบ่อหน่วงน้ำให้มีความสวยงาม โดยการปลูกพืชน้ำ

- ห้ามจอดรถกีดขวางทางจราจร โดยต้องจอดในพื้นที่ที่กำหนดไว้ให้เท่านั้น พบว่า มีรถยนต์จอดกีดขวางเส้นทางจราจรบนถนนภายในโครงการ

- รวมทั้งทำลูกศรแสดงทิศทางและช่องทางจราจรบนพื้นถนน ติดตั้งป้ายเลขที่ซอยทุกซอย

-ไม่มียามรักษาการณ์บริเวณทางเข้า-ออกโครงการ แต่มี อปพร. ของ อบต. เข้ามาดูแลพื้นที่โครงการ

- ผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำทิ้ง พบว่า ค่า BOD และ SS ของเดือนพฤศจิกายน มีค่า 111.5 และ 45 มิลลิกรัม/ลิตร ตามลำดับ ซึ่งมีค่าเกินมาตรฐานค่อนข้างมาก โดยเฉพาะ BOD โดยสาเหตุเกิดจากอุปกรณ์ของระบบบำบัดมีปัญหา ทำให้ไม่สามารถเดินระบบได้ ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม

 

 

 

8

โครงการเคหะชุมชน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อาคารเช่า)

โครงการไม่ปฏิบัติตามมาตรการหรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในประเด็นดังต่อไปนี้

- ไม่มีการเปิดระบบบำบัดน้ำเสียตั้งแต่เดือนเมษายน 2551 เนื่องจากเครื่องเติมอากาศเสียและ Media ในระบบเข้าไปอุดตันท่อของระบบ และอยู่ในระหว่างการติดต่อกับบริษัทผู้ออกแบบระบบให้ดำเนินการแก้ไข

- ไม่มีการกำหนดความเร็วของรถที่วิ่งภายในโครงการไม่เกิน 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง

- ควรระมัดระวังมิให้เศษขยะมูลฝอยตกลงไปในท่อระบายน้ำทิ้งภายในโครงการและท่อระบายน้ำด้านหน้าโครงการ อันจะก่อให้เกิดการกีดขวางทางน้ำไหล พบว่า บริเวณฝาท่อระบายน้ำแต่ละจุดมีการชำรุด หรือแตกหักและยังไม่มีการซ่อมแซม

- ขุดลอกรางระบายน้ำภายในโครงการอย่างสม่ำเสมอ (อย่างน้อย 1 เดือน/ครั้ง หรือตามความเหมะสม) พบว่า ยังไม่มีการขุดลอกท่อระบายน้ำภายในโครงการ

- ไม่ได้ดำเนินการสูบตะกอนไปกำจัดตามความถี่ที่กำหนด

- โครงการจัดให้มีถังขยะขนาด 200 ลิตร แบบไม่มีฝาปิด จำนวน 3 ถัง ตั้งไว้กลางแจ้งบริเวณใกล้กับลานจอดรถของโครงการ

-  ยังไม่มีการตรวจสอบประสิทธิภาพของวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินการรักษาความปลอดภัยต่างๆ และระบบป้องกันอัคคีภัยอย่างสม่ำเสมอ

- ไม่มีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นประจำโครงการ และไม่มีการประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่

- ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งหลังผ่านระบบบำบัดน้ำเสีย พบว่า มีระบบบำบัดน้ำเสียไม่สามารถบำบัดน้ำเสียให้มีค่าเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานได้ โดยมีค่าความสกปรกในรูป BOD และ SS เกินมาตรฐาน

 

 

9

โครงการเมืองใหม่ในภูมิภาคจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2

โครงการไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในประเด็นดังต่อไปนี้

- ไม่มีการประชาสัมพันธ์ไม่ให้มีการติดเครื่องยนต์ขณะจอดรถในพื้นที่โครงการ พบว่า โครงการไม่ได้จัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมของโครงการ และไม่มีการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้ง

- สร้างประตูกั้นน้ำไว้ที่รางรับน้ำรูปสี่เหลี่ยมคางหมูด้านท้ายน้ำโครงการที่ 2 ก่อนไหลออกสู่ลำรางสาธารณะ พบว่า น้ำถูกปล่อยลงลำรางสาธารณะโดยไม่มีการสร้างประตูกั้นน้ำ

- ไม่ได้ติดตั้งป้ายแสดงทางแยกเข้าโครงการและป้ายชะลอความเร็วบนถนน 4112

- มีการสร้างประตูกั้นน้ำในรางระบายน้ำรูปสี่เหลี่ยมคางหมู พบว่า น้ำถูกปล่อยลงสู่ลำรางสาธารณะโดยไม่มีการสร้างประตูกั้นน้ำ

- จัดถังขยะที่ถูกสุขลักษณะแยกเป็นถังขยะแห้งความจุ 200 ลิตร จำนวน 152 ใบ และถังขยะเปียกความจุ 200 ลิตร จำนวน 48 ใบ เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในพื้นที่โครงการได้อย่างน้อย 2 วัน พบว่า  มีเฉพาะถังขยะเปียกจุดละ 2 ใบ

- ตรวจสอบจำนวนถังขยะและตำแหน่งที่จัดตั้งให้เหมาะสมตามสภาพจริง พบว่า จำนวนถังขยะในแต่ละจุดมีจำนวนน้อยเกินไป ส่วนตำแหน่งที่จัดตั้งถังขยะอยู่ในบริเวณทางเข้าและซอยต่างๆ

- จัดโครงการส่งเสริมการจัดการขยะ อาทิ เช่น โครงการรีไซเคิลขยะ โครงการทำความสะอาดในชุมชน เป็นต้น พบว่า ไม่มีการจัดโครงการส่งเสริมการจัดการขยะ

- ไม่มีการกำหนดบทลงโทษผู้ทิ้งขยะในที่สาธารณะหรือผู้ที่ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญต่างๆ  มีเพียงการตักเตือนเท่านั้น

- ไม่มีโครงการรณรงค์ด้านสุขาภิบาลในพื้นที่โครงการ

- โครงการไม่มีบ่อหน่วงน้ำ การระบายน้ำระบายลงลำน้ำสาธารณะโดยตรง

-  ไม่ได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม

- โครงการไม่ได้เสนอการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการให้สผ.เห็นชอบด้านสิ่งแวดล้อมก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลง เช่น บริเวณพื้นที่ที่จะจัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวมของโครงการไม่ได้จัดสร้างและนำพื้นที่ดังกล่าวไปจัดสรรเป็นแปลงพักอาศัย

-  ไม่ได้ส่งรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการฯ ให้ สผ.

 

 

 

10

 

บ้านเอื้ออาทรพุทธมณฑล สาย 7

 

โครงการไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในประเด็นดังต่อไปนี้

- ปัจจุบันทางโครงการยังไม่เคยนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียหรือน้ำจากบ่อหน่วงน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ในโครงการ

- โครงการมีการทำความสะอาดถังขยะมูลฝอย 1 ครั้ง/สัปดาห์ แต่น้ำเสียที่เกิดขึ้นจากการล้างถังขยะไม่ได้ระบายลงสู่ระบบบำบัดน้ำเสียของโครงการ

- ยังไม่มีโครงการคัดแยกขยะมูลฝอย  การจัดตั้งธนาคารขยะ

-ปัจจุบันในอาคารชุดของโครงการยังไม่มีจุดรวมพลทั้งภายใน และภายนอกพื้นที่โครงการ ซึ่งต้องจัดให้มีจุดรวมพลที่เป็นสัดส่วน 0.25 ตารางเมตร/คน

- ยังไม่มีการจัดทำแผนปฏิบัติการกรณีเกิดเพลิงไหม้

- โครงการยังไม่มีการกำหนดให้มีแผนและการซ้อมอพยพหนีไฟ

- ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้ง มีค่า BOD ในเดือนสิงหาคมของอาคาร 8 มีค่า 43 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งมาตรฐานกำหนดไม่เกิน 20 มิลลิกรัม/ลิตร และค่า TKN ตั้งแต่เดือนสิงหาคม, กันยายน, ตุลาคม,  พฤศจิกายน และธันวาคม มีค่า 47.49, 39.42, 37.17, 40.05 และ 73.92 ตามลำดับซึ่งเกินมาตรฐานกำหนดไม่เกิน 35 มิลลิกรัม/ลิตร

 

 

11

 

บ้านเอื้ออาทร นครปฐม 2 (ถนนทหารบก)

 

โครงการไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในประเด็นดังต่อไปนี้

- น้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้วให้ระบายออกสู่ภายนอกโครงการโดยตรงโดยไม่ผ่านบ่อหน่วงน้ำของโครงการพบว่าน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดจะระบายลงสู่บ่อหน่วงน้ำก่อนที่จะระบายออกสู่ระบบระบายน้ำของเทศบาลนครนครปฐม

- ภายในโครงการไม่มีที่พักขยะมูลฝอยรวมที่ถูกสุขลักษณะ มีเพียงถังขยะที่ทางโครงการจัดไว้ให้อาคารละ 2-3 ถัง ซึ่งมีเทศบาลนครนครปฐมดำเนินการจัดเก็บทุกวันเสาร์

- โครงการยังไม่มีการจัดมาตรการลดปริมาณขยะมูลฝอย เช่น การอบรมหรือประชาสัมพันธ์ให้โครงการมีการคัดแยกขยะมูลฝอยการจัดตั้งธนาคารขยะ เป็นต้น

-  ไม่ได้ติดไฟฟ้าส่องสว่างให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางคืน

-  โครงการยังไม่มีการประสานในด้านบริการ ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ สำหรับผู้ที่พักอาศัยภายในโครงการ มีเพียงจักรยานยนต์รับจ้างบริเวณด้านหน้าโครงการและไม่ได้จัดให้มีสะพานลอยสำหรับคนเดินข้าม

-  ปัจจุบันในอาคารชุดของโครงการยังไม่มีจุดรวมพลทั้งภายใน และภายนอกพื้นที่โครงการ ซึ่งต้องจัดให้มีจุดรวมพลที่เป็นสัดส่วน 0.25 ตารางเมตร/คน

-  ยังไม่มีการจัดทำแผนปฏิบัติการกรณีเกิดเพลิงไหม้

-  ยังไม่มีการกำหนดให้มีแผนและการซ้อมอพยพหนีไฟ

-  ค่า BOD ของน้ำจากบ่อพักน้ำสุดท้ายก่อนระบายลงท่อระบายน้ำสาธารณะในเดือนเมษายน และมิถุนายน 2550 เกินมาตรฐาน

-  คุณภาพน้ำหลังผ่านระบบบำบัดน้ำเสีย พบว่าค่า BOD เดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน มีค่า 25, 32, 27.5 และ 87.5 มิลลิกรัม/ลิตร ตามลำดับ ซึ่งมาตรฐานกำหนดไม่เกิน 20 มิลลิกรัม/ลิตร และค่า TKN ในเดือนเมษายนและกรกฎาคมมีค่า 36.26 และ 35.92 มิลลิกรัม/ลิตร มาตรฐานกำหนดไม่เกิน 35 มิลลิกรัม/ลิตร

-  คุณภาพน้ำจากบ่อพักน้ำสุดท้ายก่อนระบายลงท่อระบายน้ำสาธารณะ มีค่า BOD ในเดือนเมษายน และมิถุนายน 2550 มีค่า 41 และ 50 มิลลิกรัม/ลิตร ตามลำดับ

ค่า BOD เดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน มีค่า 25, 32, 27.5 และ 87.5มิลลิกรัม/ลิตร ตามลำดับ ซึ่งมาตรฐานกำหนดไม่เกิน 20 มิลลิกรัม/ลิตร และค่า TKN ในเดือนเมษายนและกรกฎาคมมีค่า 36.26 และ 35.92 มิลลิกรัม/ลิตร มาตรฐานกำหนดไม่เกิน 35 มิลลิกรัม/ลิตร

 

 

12

บ้านเอื้ออาทรจังหวัดนนทบุรี (วัดกู้ 2)

 

โครงการไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในประเด็นดังต่อไปนี้

- ไม่มีการนำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ประโยชน์ภายในโครงการ

- น้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้วให้ระบายออกสู่ภายนอกโครงการโดยตรงโดยไม่ผ่านบ่อหน่วงน้ำของโครงการ พบว่า น้ำทิ้งจากแต่ละอาคารจะไหลลงท่อระบายน้ำภายในโครงการและบ่อหน่วงน้ำก่อนระบายออกนอกโครงการ

- โครงการไม่ได้จัดให้มีที่พักรวมมูลฝอยที่ถูกสุขลักษณะ แต่ยังเป็นจุดพักขยะบริเวณที่จอดรถยนต์ของทุกอาคาร อาคารละ 1 จุด

- โครงการที่จะจัดทำบริการขนส่งมวลชนสาธารณะสำหรับผู้พักอาศัยภายในโครงการโดยจัดทำเป็นรถ 2 แถว แต่ไม่มีการจัดสร้างสะพานลอยสำหรับคนเดินข้าม

- ไม่มีจุดรวมพลทั้งภายในและภายนอกพื้นที่โครงการ โดยต้องมีพื้นที่จุดรวมพลที่เป็นสัดส่วน 0.25 ตารางเมตร/คน

- ไม่มีการจัดทำแผนปฏิบัติการกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้

- ไม่มีการจัดซ้อมแผนอพยพหนีไฟภายในโครงการ

- โครงการไม่ปฏิบัติตามมาตรการโดยยังไม่ได้ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพน้ำเสียและน้ำทิ้งหลังผ่านการบำบัด รวมทั้งยังไม่ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลด้านสุขภาพและสังคม

 

 

13

บ้านเอื้ออาทรบางบัวทอง

โครงการไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในประเด็นดังต่อไปนี้

- ภายในโครงการยังไม่มีป้ายจำกัดความเร็ว 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง

- โครงการได้สูบน้ำทิ้งจากบ่อพักนำมาใช้รดน้ำต้นไม้ภายในโครงการ แต่ยังไม่มีการฆ่าเชื้อโรคด้วยวิธีที่เหมาะสม

- น้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้วให้ระบายออกสู่ภายนอกโครงการโดยตรงโดยไม่ผ่านบ่อหน่วงน้ำของโครงการ พบว่า น้ำทิ้งจากแต่ละอาคารจะไหลลงท่อระบายน้ำภายในโครงการและบ่อหน่วงน้ำก่อนระบายออกนอกโครงการ

- ไม่ได้ดำเนินการในเรื่องมาตรการลดปริมาณขยะมูลฝอยภายในโครงการ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันไม่มีการอบรมหรือจัดตั้งธนาคารขยะ

- ยังไม่มีสะพานลอยสำหรับคนข้าม

- ไม่มีการกำหนดจุดรวมพลที่ชัดเจน การจัดทำแผนปฏิบัติการกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้

และการจัดซ้อมแผนอพยพหนีไฟภายในโครงการ

-  ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งหลังผ่านระบบบำบัดน้ำเสียในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2550 พบว่า ค่า BOD ของอาคาร 55,  17 และอาคาร 18 (ที่ตรวจทั้ง 2 ครั้ง) มีค่า BOD เกินค่ามาตรฐานและปริมาณ TKN ของทุกอาคารมีค่าเกินที่มาตรฐานกำหนด นอกจากนี้ทางโครงการได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งในบ่อพักน้ำทิ้งก่อนระบายออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะ พบว่า มีค่า BOD เกินมาตรฐานในเดือนมีนาคมและเมษายน และมีปริมาณ TKN เกินมาตรฐานในเดือนเมษายน สำหรับดัชนีที่ตรวจวัดในเดือนอื่นๆ มีค่าอยู่ในเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนด

 

 

14

อาคารชุดพักอาศัยบ้านเอื้ออาทรลำลูกกา คลอง 4

 

โครงการไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในประเด็นดังต่อไปนี้

- ภายในโครงการไม่มีป้ายจำกัดความเร็วหรือสันนูนชะลอความเร็ว

- กรณีบ่อหน่วงน้ำเป็นแบบเปิด ต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม พบว่า บ่อหน่วงน้ำของโครงการเป็นแบบเปิด แต่ไม่มีรั้วหรือป้ายเตือนอันตรายบริเวณบ่อหน่วงน้ำ

- โครงการน้ำทิ้งหลังบำบัดไหลลงบ่อรวบรวมน้ำทิ้งก่อนผ่านตะแกรงดักขยะและไหลลงคลอง 4 โดยไม่มีการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์

- ไม่มีการฉีดน้ำล้างทำความสะอาดถังขยะ ซึ่งเป็นถัง Container แต่มีการกวาดพื้นบริเวณดังกล่าว ในกรณีที่ฝนตกน้ำในบริเวณดังกล่าวจะไหลลงท่อระบายน้ำในโครงการโดยไม่ผ่านการบำบัด

- จัดให้มีการประสานหรืออำนวยความสะดวกให้มีบริการขนส่งมวลชนสาธารณะสำหรับผู้ที่พักอาศัยภายในโครงการอย่างเพียงพอ รวมทั้งจัดให้มีสะพานลอยสำหรับคนข้าม พบว่า ถนนด้านหน้าโครงการมีรถโดยสารผ่านแต่ไม่มีสะพานลอย

- โครงการเป็นอาคารชุด แต่ยังไม่มีการกำหนดพื้นที่จุดรวมพลกรณีเกิดเพลิงไหม้เป็นสัดส่วน 0.25 ตารางเมตร/คน

- ไม่มีการจัดทำแผนปฏิบัติการกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้แต่โครงการได้ติดป้ายบอกชั้นไว้บริเวณถังดับเพลิงเคมี

- ไม่มีการจัดซ้อมแผนอพยพหนีไฟภายในโครงการ

- โครงการยังไม่มีแผนและไม่เคยจัดซ้อมอพยพหนีไฟเป็นประจำทุก 1 ปี

- โครงการควรติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำเสียก่อนเข้าระบบบำบัดและน้ำทิ้งหลังผ่านระบบบำบัดน้ำเสียของอาคาร เพื่อให้ทราบถึงประสิทธิภาพของระบบและดำเนินการปรับปรุงระบบบำบัดในกรณีที่บำบัดน้ำไม่ได้ตามมาตรฐานกำหนด

 

 

15

บ้านเอื้ออาทร บางพลี E9/1 และ E9/2

 

โครงการไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในประเด็นดังต่อไปนี้

- ต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม พบว่า บ่อหน่วงน้ำของโครงการเป็นแบบเปิดช้คูระบายน้ำทำหน้าที่เป็นบ่อโดยบริเวณสถานีสูบน้ำทั้ง 3 สถานี มีการก่อสร้างรั้วสูงประมาณ 1.2 เมตร ล้อมรอบแต่บริเวณลำรางโดยรอบพื้นที่โครงการไม่ได้จัดทำรั้วล้อมรอบ

- น้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้วให้ระบายออกสู่ภายนอกโครงการโดยตรง โดยไม่ผ่านบ่อหน่วงน้ำของโครงการ พบว่า ปัจจุบันน้ำทิ้งถูกระบายลงสู่คูระบายน้ำ ซึ่งทำหน้าที่เป็นบ่อหน่วงน้ำ โดยรับทั้งน้ำฝนและน้ำทิ้งของโครงการรวมกัน

- กรณีโครงการบ้านเอื้ออาทรที่เป็นอาคารชุด ไม่ได้จัดให้มีบ่อดักไขมัน

- จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยจัดการจราจรบริเวณทางเข้า-ออกทุกแห่ง และจัดระเบียบการจอดรถเพื่อให้การเข้า-ออกเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว และเป็นระเบียบไม่กีดขวางการจราจร  พบว่า มีการจัดตั้งตู้ยามแต่ยังไม่ได้จัดจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

- ยังไม่มีการติดตั้งแบบแปลนแผนผังตำแหน่งที่ตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง

- ปัจจุบันระบบบำบัดน้ำเสียรวมแบบ Aerated Lagoon มีเครื่องเติมอากาศชำรุด 3 ตัว จากทั้งหมด 6 ตัว ระบบบำบัดน้ำเสียไม่สามารถทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นโครงการควรทำการซ่อมแซมเครื่องเติมอากาศดังกล่าว หรือเบื้องต้นควรเปิดเครื่องเติมอากาศทั้ง 3 ตัว ตลอด 24 ชั่วโมง

- ควรเติมคลอรีนในน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้วเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนนำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัด แล้วกลับไปใช้ประโยชน์ภายในโครงการ

- ควรจัดทำรายงานขอเปลี่ยนแปลงมาตรการเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

 

16

โครงการบ้านเอื้ออาทรสายไหม

โครงการไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในประเด็นดังต่อไปนี้

- โครงการไม่มีการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์

- จัดให้มีที่พักขยะมูลฝอยรวมที่ถูกสุขลักษณะ สามารถป้องกันกลิ่นและแมลงรบกวน โดยมีขนาดที่สามารถรองรับขยะมูลฝอยของโครงการได้ไม่น้อยกว่า 3 วัน และมีรายละเอียดการจัดเก็บขยะมูลฝอย การขนถ่าย และการกำจัดขยะมูลฝอยของโครงการที่ถูกหลักสุขาภิบาล พบว่า โครงการได้ตั้งถังขยะขนาด 240 ลิตร จำนวน 14 จุด โดยแต่ละจุดตั้งถังขยะ 5-6 ใบ รองรับขยะจาก 4 อาคาร ซึ่งปริมาณดังกล่าวสามารถรองรับขยะได้เพียง 2 วัน

- โครงการได้ตั้งถังขยะไว้บริเวณริมถนนและมีแม่บ้านนำถังขยะมาล้างบริเวณลานคอนกรีตด้านข้างลานกีฬา ซึ่งไม่มีแนวท่อไปลงระบบบำบัดน้ำเสีย โดยมีการล้างถังขยะอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

- ไม่ได้จัดให้มีสะพานลอยคนข้ามบริเวณถนนสายไหม

- กรณีอาคารชุดจัดให้มีจุดรวมพลทั้งภายในและภายนอกพื้นที่โครงการ พบว่าโครงการยังไม่ได้กำหนดพื้นที่จุดรวมพล

- ยังไม่ได้จัดทำแผนปฏิบัติการกรณีเกิดเพลิงไหม้ เนื่องจากจะรอให้มีผู้พักอาศัยเต็มโครงการก่อน

- โครงการยังไม่มีแผนและยังไม่เคยจัดซ้อมอพยพหนีไฟภายในโครงการ

-  ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งหลังผ่านระบบบำบัดน้ำเสียในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 2550 โดยตรวจวัดอาคารที่ 19-24 เดือนละ 1 อาคาร ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งหลังจากผ่านระบบบำบัดน้ำเสีย พบว่า ค่า BOD ของอาคาร 20-24 มีค่าเกินมาตรฐานกำหนด และค่า TKN ของทุกอาคารมีค่าเกินมาตรฐาน นอกจากนี้ทางโครงการได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งในบ่อพักน้ำทิ้งก่อนระบายออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะ พบว่า คุณภาพน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้น ค่า BOD ของเดือนสิงหาคมและธันวาคม 2550 และค่า TKN ของเดือนสิงหาคม พฤศจิกายน และธันวาคม 2550 ที่มีค่าเกินมาตรฐาน

- ควรเร่งตรวจสอบและปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อให้สามารถบำบัดน้ำทิ้งให้มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานกำหนด

 

 

17

 

บ้านเอื้ออาทร จังหวัดขอนแก่น ระยะที่ 2 และระยะที่ 3/1

โครงการไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในประเด็นดังต่อไปนี้

- บริเวณพื้นที่โดยรอบบ่อหน่วงน้ำมีวัชพืชขึ้นรกรุงรัง ไม่มีการดูแลรักษา

- ไม่ได้จัดให้มีการดูแลบำรุงรักษาระบบระบายน้ำ เช่น ตะแกรงดักขยะและท่อระบายน้ำ และบ่อหน่วงน้ำ รวมทั้งเครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มีสภาพดีอยู่เสมอ

- ระบบบำบัดน้ำเสียที่ไม่ได้เปิดเดินระบบ

- มีปัญหาขยะล้นออกมานอกถังขยะเป็นจำนวนมาก และถังรองรับขยะไม่มีฝาปิด

- โครงการไม่ได้มีการเตรียมถังรองรับขยะแยกประเภทไว้ จึงทำให้ไม่มีการคัดแยกขยะแต่ละประเภทก่อนทิ้ง

- ไม่ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยจัดการจราจรบริเวณทางเข้า-ออกทุกแห่ง และจัดระเบียบการจอดรถเพื่อให้การเข้า-ออกเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็วและเป็นระเบียบไม่กีดขวางการจราจร

- ยังไม่ได้จัดให้มีสะพานลอยสำหรับคนข้าม

- แต่ไม่มีการตรวจสอบประสิทธิภาพระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยประจำปี

- ยังไม่มีแผนการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟในโครงการ

- ผลการตรวจคุณภาพน้ำทิ้งจากบ่อพักน้ำสุดท้ายก่อนระบายออกนอกโครงการ พบว่า น้ำทิ้งมีค่า BOD สูง (24.5-56 มิลลิกรัม/ลิตร) และในบางเดือน (มกราคม, กุมภาพันธ์ 2550) พบว่า น้ำทิ้งจากบ่อพักสุดท้ายก่อนระบายออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะมีค่าบีโอดี
สูงกว่าน้ำเสียก่อนเข้าระบบบำบัด ทั้งนี้ นอกจากบีโอดีมีปริมาณสูงแล้ว ยังพบค่า
TKN และ Fecal Coliform Bacteria สูงด้วยเช่นกัน

การเคหะแห่งชาติได้ถ่ายโอนโครงการให้กับเทศบาลตำบลเมืองเก่าให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบโครงการแล้ว

 

18

อาคารพักอาศัยพนักงานองค์การสวนสัตว์ดุสิต

 

โครงการไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติตามมาตรการไม่ครบถ้วนในประเด็นดังต่อไปนี้

- จัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เรื่องระบบบำบัดน้ำเสียไว้ควบคุมดูแลระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ พบว่า มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างขององค์การสวนสัตว์ดูแลแต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้โดยเฉพาะ

- มีการสูบตะกอนจากบ่อพักตะกอนของระบบบำบัดทุก 90 วัน พบว่า ตั้งแต่เปิดโครงการมีการสูบตะกอนเพียง 1 ครั้ง โดยจะสูบเมื่อระบบบำบัดมีกลิ่น

- จดบันทึกการทำงานของระบบเป็นข้อมูลแก่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น พบว่า ไม่มีการจดบันทึกการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย

- จัดให้มีระบบเตือนภัยด้วยควัน (Ionization smoke detector) ติดตั้งไว้ทุกชั้น พบว่า ไม่มีระบบเตือนภัยด้วยควันติดตั้งไว้ แต่ได้ติดตั้งระบบตรวจจับความร้อน (Heat Detector) แทน

- จัดให้มีระบบ detector zone (DZ) 21 โซน และระบบสัญญาณ (fire alarm) 3 โซน ต่อ 1 ชั้นพบว่า มีระบบ Detector Zone และระบบ Fire Alarm 2 โซน ต่อ 1 ชั้น บริเวณบันไดหนีไฟทั้ง 2 ด้าน          

- ระบบบำบัดน้ำเสียของโครงการไม่ใช่แบบจานหมุนชีวภาพตามที่มาตรการกำหนด แต่เป็นระบบเกรอะ-กรองไร้อากาศ และไม่มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความชำนาญในการดูแลรักษาระบบ

- จัดให้มีการเดินทางเดียว (one way) กำหนดรถที่ใช้ในการขนส่งวัสดุ/อุปกรณ์ต่างๆ มีขนาดไม่เกินรถหกล้อและกำหนดความเร็วรถที่วิ่งในซอยหน้าพื้นที่โครงการฯ มีความเร็วไม่เกิน 20 กิโลเมตร/ชั่วโมง ให้มีการขนส่งในช่วงเวลา 10.00-14.30 น. พบว่า บริเวณซอยด้านหน้าโครงการเป็นถนนสาธารณะที่มีการเดินรถสวนกัน และไม่มีการจำกัดความเร็ว ส่วนรถที่เข้าโครงการจะวิ่งเร็วไม่ได้เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด

- ยังไม่มีแผนการป้องกันเพลิงไหม้ แผนการดับเพลิงการอพยพผู้พักอาศัยและการซ้อมหนีไฟ

- ไม่ได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้ง และไม่ได้จัดทำรายงาน Monitor ส่ง สผ.

- พื้นที่สวนหย่อมของโครงการได้ทำเป็นพื้นคอนกรีต ซึ่งไม่ได้จัดสวนหย่อมตามที่เสนอในรายงานฯน

- โครงการควรแจ้งข้อมูลรายละเอียดโครงการในปัจจุบันที่แตกต่างจากที่เสนอในรายงาน EIA ให้ สผ. ทราบก่อนการเปลี่ยนแปลงใดๆ